กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3
1
กรมวิชาการเกษตรแจ้งเตือนภัย ระวังหนอนเจาะผลทุเรียน
ช่วง วันที่ 8 – 14 เมษายน 2563

ว่าอากาศร้อน แดดแรง มีฟ้าครึ้มและฝนตกในบางช่วงของวัน ทุเรียนในระยะพัฒนาผล - เก็บเกี่ยว ระวังหนอนเจาะผล ส่วนในระยะหัวกำไล ระวังเพลี้ยหอยเกล็ดทุเรียน

http://at.doa.go.th/ew/pdf/233_apr63_2.pdf

จะปลูกพืชอย่างไรในช่วงแล้งและร้อนมากขึ้นนี้ การจัดการพืชแบบผสมผสาน ทั้งรักษาความอุดมสมบรูณ์ในดิน ดินก็จะช่วยรักษาน้ำในดินไว้ได้มากขึ้น ช่วยให้พืชสามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ศัตรูพืชได้มากกว่าต้นพืชที่ไม่ได้รับการจัดการที่ดี

แนะนำ พืชทนแล้ง ต้องการน้ำน้อย
https://www.kasetorganic.com/knowledge/plants-dont-need-much-water/
2
ติดตามความก้าวหน้าปราชญ์ต้นแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” อำเภอเชียงดาว

นายอาทร พิมชะนก พัฒนาการจังหวัดเชียงใหหม่ ได้มอบหมาย นางเพ็ญศิริ หวันน้อย นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเชียงดาว ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าปราชญ์ต้นแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” นางศรัณยา กิตติคุณไพศาล สวนบัวชมพู หมู่ที่ 3 บ้านจอมคีรี ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยดำเนินการออกแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” ในพื้นที่ จำนวน 7 ไร่ เพื่อกำหนดวางแผนการดำเนินงานในพื้นที่ ได้แก่ ขุดหนอง ถมโคก วางแนวถนน นา ป่า ไม้ผล แปลงผัก แปลงดอกไม้ บ้านน้องผึ้ง (เลี้ยงผึ้ง) และศาลาหลบแดดหลบฝน

ซึ่งมีผลความก้าวหน้าดำเนินการไปแล้ว ประมาณ 30% หลังจากผ่านการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการออกแบบเชิงภูมิสังคมไทย เพื่อการพึ่งตนเองและรองรับภัยพิบัติ ภายใต้ตามโครงการ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระหว่างวันที่ 17-21 มีนาคม 2563 ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง จังหวัดลำปาง เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 รูปแบบประยุกต์โคก หนอง นา โมเดล ที่เราขับเคลื่อนเพราะเป็นหนทางที่จะช่วยสร้างสมดุลธรรมชาติ เพื่อการเตรียมพร้อม มีศักยภาพในการรับมือกับภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ

หลักสูตรการอบรมฯ ประกอบด้วย การออกแบบเชิงภูมิสังคมไทยตามแนวพระราชดำริ การวิเคราะห์พื้นที่เพื่อการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ หลักคิดพื้นฐานการออกแบบเชิงภูมิสังคมไทย ดิน น้ำ ป่า คน การพัฒนา 3 ขุมพลังปฏิบัติหลักกสิกรรมธรรรมชาติ การทดลองการจัดทำผลงานออกแบบโต๊ะทราย การฝึกปฏิบัติ Workshop นำเสนอผลงานออกแบบกลุ่ม การออกแบบเชิงภูมิสังคมไทย และการพัฒนา 3 ขุมพลังปฏิบัติการฐานคนรักษ์ป่า ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง

ที่มา https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/1313025
3
ข่าวประชาสัมพันธุ์ งานเกษตรแฟร์ / แพร่แล้งหนักสุดในรอบ 100 ปี
« กระทู้ล่าสุด โดย Administrator เมื่อ เมษายน 06, 2020, 10:33:09 PM »
ตำบลสรอย อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ เริ่มประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก น้ำเพื่อการเกษตรไม่มีมาตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ มาวันนี้น้ำดื่มน้ำใช้แห้งขอด โดยนายผวนเฟื่องฟู นายก อบต.สรอย เผยว่า ขณะนี้ตำบลสรอย 11 หมู่บ้าน ประชากรในหมู่ 6,300 กว่าคน เดือดร้อนกันถ้วนหน้า

เนื่องจากน้ำใช้ไม่มีแล้ว น้ำเพื่อการเกษตรไม่มีมาตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ มาวันนี้น้ำดื่มน้ำใช้หมด น้ำดื่มทุกครัวเรือนต้องซื้อมา บางหลังคาถึงกับซื้อน้ำถังมาอาบมาใช้ ทาง อบต.ก็นำรถไปขอน้ำจากแหล่งต่างๆมาแจกจ่ายให้ใช้แต่ดื่มไม่ได้

นายก อบต.สรอย เผยอีกว่า หลังจากที่ทางจังหวัดลงมาตรวจสอบและรับปากชาวบ้านจะแก้ไขเร่งด่วนด้วยการขุดเจาะบ่อบาดาลให้รวม 28 บ่อ แต่เวลาผ่านไปก็ยังไม่มีการลงมือทำ ชาวบ้านได้หารือกันทั้งตำบล ลงเงินเองให้ทางช่างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบสายน้ำใต้ดิน พบว่ายังสามารถเจาะบ่อบาดาลได้หากลึก 100เมตรลงไป ดังนั้นหากจะรอการช่วยเหลือจากทางส่วนกลางคงจะเดือดร้อนกันหมด ทาง สภา อบต.สรอยมีมติเอกฉันในการ จัดงบออกมา 4 ล้านกว่าบาท ลงมาทำการเจาะบ่อบาดาลเองจากการสำรวจทำได้ 13 บ่อ บ่อละประมาณ 2-3 แสนบาท เอาความลึกของบ่อเป็นเกณฑ์ โดยวันจันทร์นี้ทาง อบต.กับผู้รับเหมาจากต่างจังหวัดจะลงมือทำ คาดให้เสร็จภายในเดือนนี้และจะสามารถนำน้ำมาใช้ได้ตลอดปี

นายผวนเผยอีกว่า ในช่วงนี้ ประชาชนในหมู่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนเพราะก็กลัวโรคระบาด ดังนั้นการใช้น้ำก็จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในวันนี้ทาง อบต.จะหาแหล่งน้ำและจะไปขออนุญาตขนน้ำมาให้ชาวบ้านได้ใช้กันไปก่อน ยอมรับว่า ปีนี้เป็นปีที่ไม่เคยพบมาก่อน ที่ผ่านมาผู้เฒ่าผู้แก่ก็บอกว่าเป็นร้อยๆปีแล้วไม่เคยเจอ นายผวนกล่าว

ที่มา : https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/1313527
4
ใครใช้เจลแอลยี่ห้อต่อไปนี้ ตรวจสอบด่วน

ตรวจสอบด่วน! เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ไม่ได้มาตรฐานแอลกอฮอล์ต่ำกว่า 70 % ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้

อย. มีคำสั่งเพิกถอนใบรับจดแจ้งและให้เรียกเก็บคืนเจลล้างมือแอลกอฮอล์ไม่ได้มาตรฐานที่ขายอยู่ในตลาดจำนวน 24 รายการ มีผลตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.



รายละเอียด https://workpointnews.com/2020/04/02/c-6/
5
ออมสิน ช่วยลูกค้าเงินกู้ ให้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 เดือน​ ลูกค้าไม่ต้องลงทะเบียนจัดให้ทันที เริ่ม 1 เม.ย. ถึง 30 มิ.ย.63 เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ (โควิด-19) ที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม โดยที่รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในทุกมิตินั้น ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มอบนโยบายให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ในการช่วยเหลือลูกหนี้ ซึ่งธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อเป็นการเพิ่มเติม ด้วยโครงการช่วยเหลือด้านสินเชื่อ

สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยธนาคารฯ จะดำเนินการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โดยอัตโนมัติเป็นเวลา 3 เดือน ให้กับลูกค้าเงินกู้ทุกรายที่มีสถานะชำระปกติจนถึงที่มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/873830
7
ข่าวสาร สาระความรู้ เรื่องทั่วไป / รายงาน COVID-19 ประจำวัน
« กระทู้ล่าสุด โดย Administrator เมื่อ เมษายน 01, 2020, 04:19:49 PM »
รายงาน COVID-19 ประจำวัน โดย

กรมควบคุมโรค
https://covid19.th-stat.com/

------------
ระบบติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
และ แผนที่รายจังหวัดของกระทรวงสาธารณะสุข

https://mophgis.maps.arcgis.com/apps/opsdashboard/index.html#/210413ebb5ff49bb8914808af6473322%20

--------------

ทำแบบประเมิน ว่าเสี่ยงติดเชื้อหรือไม่ โดย รพ.ราชวิถี >>
http://rajavithi.emergencymed.net/test/th_index.php

-------------
องค์กร : สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
https://data.go.th/dataset/covid-19-daily
8
กยศ. ออกมาตรการช่วยเหลือผู้กู้ยืมฝ่าวิกฤต COVID-19 ลดจำนวนหักเงินเดือนเหลือรายละ 10 บาท ลดเบี้ยปรับเหลือ 0.5%

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยผู้กู้ยืมที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด จะได้ลดเบี้ยปรับจาก 7.5% เหลือ 0.5%  ลดจำนวนหักเงินเดือนของผู้กู้ยืมทุกรายในกลุ่มหน่วยงานเอกชนเหลือ 10 บาท/คน/เดือน ชำระหนี้ลดเบี้ยปรับ 75-80% พักชำระหนี้ 2 ปี สำหรับผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้กู้ยืมที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เกิน 8,008 บาทต่อเดือน สามารถขอผ่อนผันได้คราวละ 1 ปี ไม่เกิน 2 คราว ผู้กู้ยืมที่มีรายได้ถดถอยขยายระยะเวลาการชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 2.5 เท่าจากสัญญาเดิม รวมถึงงดการขายทอดตลาดทุกกรณี และชะลอการบังคับคดี ยกเว้นกรณีใกล้ขาดอายุความ

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจในวงกว้าง ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีพของผู้กู้ยืม กองทุนได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างชำระหนี้ ดังนี้

1. ลดเบี้ยปรับจาก 7.5% เหลือ 0.5%  ในกรณีที่ผู้กู้ยืมยังไม่ถูกดำเนินคดีและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด กองทุนจะปรับลดเบี้ยปรับให้กับผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระเงินกู้ยืมเป็นการชั่วคราว จากอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นอัตราร้อยละ 0.5 ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน - 31 ธันวาคม 2563   

2. ลดจำนวนหักเงินเดือนเหลือ 10 บาท/คน/เดือน  กองทุนจะปรับลดจำนวนเงินที่แจ้งให้หักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืนกองทุนของผู้กู้ยืมทุกรายในกลุ่มหน่วยงานเอกชน จากจำนวนเงินที่เคยแจ้งหัก เป็นแจ้งให้นายจ้างหักเงินของผู้กู้ยืมทุกรายๆ ละ 10 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563   

3. ลดเบี้ยปรับ 80%  สำหรับผู้กู้ยืมทุกกลุ่มที่ค้างชำระหนี้ และปิดบัญชีในครั้งเดียว กรณีผู้กู้ยืมที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี ติดต่อชำระหนี้ที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กรณีผู้กู้ยืมถูกดำเนินคดี ลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ที่เว็บไซต์ กยศ. โดยผู้กู้ยืมต้องชำระค่าทนายความและค่าฤชาธรรมเนียมศาลให้เสร็จสิ้นก่อนชำระหนี้ปิดบัญชี โดยขยายระยะเวลาเดิมที่สิ้นสุดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นให้สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563

4. ลดเบี้ยปรับ 75% เฉพาะผู้กู้ยืมที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ) โดยติดต่อชำระหนี้ที่ธนาคารกรุงไทยหรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยให้ขยายระยะเวลาเดิมที่สิ้นสุดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นให้สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563

5. พักชำระหนี้ให้แก่ผู้กู้ยืมที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2 ปี  ผู้กู้ยืมที่มีสถานะยังไม่ถูกดำเนินคดี จะได้รับการผ่อนผันการชำระหนี้ตามเงื่อนไข กรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายปี ได้รับสิทธิผ่อนผันการชำระหนี้งวดปี 2563 เป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันที่กองทุนอนุมัติ โดยผู้กู้ยืมจะกลับมาชำระหนี้งวดปี 2563 ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 และงวดที่เหลือในปีถัดไป กรณีผู้ที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน ให้ผ่อนผันการชำระหนี้ 24 เดือน นับตั้งแต่เดือนถัดไปที่กองทุนอนุมัติ โดยในระหว่างพักชำระหนี้ดังกล่าว กองทุนจะไม่ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ กองทุนจะหยุดคิดดอกเบี้ย เบี้ยปรับ หรือค่าธรรมเนียมผิดนัดชำระหนี้ทั้งงวดที่ค้างชำระก่อนหน้าและงวดที่อยู่ระหว่างผ่อนผันการชำระหนี้ จนกว่าระยะเวลาพักชำระหนี้จะสิ้นสุด โดยขยายเวลาให้ผู้กู้ยืมสามารถลงทะเบียนยื่นคำขอรับสิทธิได้ทางเว็บไซต์    กยศ. เดิมที่สิ้นสุดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นให้สิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2563

6. ผ่อนผันการชำระหนี้ ในกรณีสถานการณ์ที่มีความจำเป็นสำหรับผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้และ   ไม่เป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ สามารถยื่นคำขอผ่อนผันและส่งเอกสารหลักฐานไม่น้อยกว่า 60 วัน ก่อนครบกำหนดชำระหนี้    ในวันที่ 5 กรกฎาคม  ซึ่งเป็นไปตามประกาศของกองทุนที่มีอยู่เดิมแล้ว ดังนี้

กรณีผู้กู้ยืมที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เกิน 8,008 บาทต่อเดือน สามารถขอผ่อนผันได้ไม่เกิน   2 คราวๆละไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุมัติ ซึ่งในช่วงเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน ผู้กู้ยืมไม่ต้องชำระหนี้ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ย รวมถึงยกเว้นเบี้ยปรับกรณีผิดนัดชำระหนี้ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ได้รับการผ่อนผัน
กรณีผู้กู้ยืมที่มีรายได้ถดถอย สามารถขอผ่อนผันให้ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ได้ตั้งแต่ 1.5 - 2.5 เท่าของระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามสัญญากู้ยืมเดิม โดยขึ้นอยู่กับมูลหนี้คงเหลือ ในการชำระเงินงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี และผู้กู้ยืมจะต้องทำบันทึกข้อตกลงกับกองทุน เพื่อนำยอดหนี้คงเหลือมาคำนวณใหม่และเฉลี่ยให้ชำระในแต่ละเดือนเท่าๆ กันภายในระยะเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน

7. งดการขายทอดตลาด สำหรับผู้กู้ยืม และ/หรือผู้ค้ำประกัน ที่กองทุนได้ดำเนินการยึดทรัพย์ไว้ทุกราย และขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการขายทอดตลาด กองทุนจะยื่นคำร้องของดการขายทอดตลาดทุกรายไปจนถึงสิ้นปี 2563 โดยจะต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้กู้ยืม และ/หรือ ผู้ค้ำประกันที่ถูกยึดทรัพย์ รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม ผู้รับจำนองที่ยึดไว้ (ถ้ามี)

8. ชะลอการบังคับคดี สำหรับผู้กู้ยืม และ/หรือผู้ค้ำประกันทุกคดี กองทุนจะชะลอการบังคับคดีไว้ ยกเว้นกรณีที่คดีใกล้ขาดอายุความ กองทุนจำเป็นต้องดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมายแต่จะงดการขายทอดตลาดไว้



ผู้กู้ยืมสามารถดูรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือผู้กู้ยืม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ทาง www.studentloan.or.th และเพื่อเป็นการร่วมเว้นระยะห่างทางสังคม สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line@กยศ. หรือ Line@กยศ.หักเงินเดือน หรือ Line@กยศ.คดีและบังคับคดี หรือ e-mail : info@studentloan.or.th สุดท้ายนี้ กองทุนขอร่วมส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวทุกท่าน และกองทุนขอขอบคุณผู้กู้ยืมรุ่นพี่ที่ยังคงชำระเงินคืน แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ซึ่งจะทำให้กองทุนมีเงินทุนหมุนเวียนในการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือมีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงินในแต่ละปีการศึกษาได้อย่างต่อเนื่องต่อไป” ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าวในที่สุด

https://www.moneyandbanking.co.th/article/studentloan-measure-01042020
9
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผย ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2563 หดตัวลงร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรง ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19

สาขาพืชมีการหดตัวมากที่สุดถึงร้อยละ 7.3 เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรง ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่ลดลงข้าวนาปรัง ผลผลิตลดลงร้อยละ 41.6 อ้อยโรงงาน ลดลงร้อยละ 12.7 มันสำปะหลัง ลดลงร้อยละ 5.4

ตามมาด้วยสาขาประมง หดตัวร้อยละ 2.2 เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน การทำประมงทะเลเลยมีปริมาณสัตว์น้ำขึ้นท่าเทียบเรือในภาคใต้ลดลง การเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลได้ปริมาณลดลง เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งและโรคระบาด ทำให้เกษตรกรปรับลดพื้นที่เลี้ยง นอกจากนั้นการทำประมงน้ำจืดยังมีผลผลิตลดลง โดยเฉพาะ ปลานิลและปลาดุก เนื่อง จากภาวะภัยแล้ง ปริมาณน้ำในเขื่อนและแหล่งน้ำตามธรรมชาติไม่เพียงพอต่อการเลี้ยง

แต่สาขาปศุสัตว์ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 เป็นผลมาจากความต้องการบริโภคทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้เกษตรกรขยายการผลิต ประกอบกับประเทศไทยมีการเฝ้าระวังควบคุมโรคระบาดได้อย่างเข้มงวด ตลาดต่างประเทศมีความเชื่อมั่น โดยเฉพาะผลผลิตไก่เนื้อที่ตลาดส่งออกหลัก เช่น ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และจีนมีความต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้น ผลผลิตสุกรมีความต้องการบริโภคในประเทศและการส่งออกเพิ่มขึ้น ราคาสุกรที่ปรับตัวสูงขึ้นจูงใจให้เกษตรกรเพิ่มการผลิต ผลผลิตไข่ไก่และน้ำนมดิบยังเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการจัดการฟาร์มที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

กระนั้น นายระพีภัทร์ คาดว่าภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2563 น่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 0.3 โดยสาขาพืชมีแนวโน้มจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะจะสามารถเพาะปลูกได้ตามฤดูกาลปกติ ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 เมื่อสถานการณ์คลี่คลายทำให้มีความต้องการสินค้าอาหารเพิ่มขึ้น เห็นได้จากเริ่มมีคำสั่งซื้อข้าวไทยและสินค้าที่เป็นอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ อ้อยและมันสำปะหลังตลาดมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบผลิตแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรกลุ่มนี้มีแนวโน้มดีขึ้น รวมถึงถุงมือทางการแพทย์ ถุงมือยาง อาหารสุขภาพหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร.

ข่าวเกษตร
ที่มา https://www.thairath.co.th/news/local/1808113
10
แผ่นเพลทหนา-บาง, ลูกยางซิลิโคน, ถาดใส่หมึก พลาสติก/อลูมิเนียม, ถ้วยหมึก, ริงปาดสี, ใบมีดปาดสี, แปรงปาดสี, อะไหล่เครื่องพิมพ์ แพด และสกรีน, อุปกรณ์จับยึดชิ้นงานสกรีน, กรอบ 1 ด้าน/2 ด้าน, กรอบไม้/อลูมิเนียม, ผ้าสกรีน, ยางปาดสี, หมึกพิมพ์สกรีน และน้ำมันผสมหมึกพิมพ์ รวมไปถึงน้ำมันเช็ดล้างชิ้นงานหลายชนิด







สนใจสินค้าตัวไหน สอบถามเข้ามาได้ มีบริการส่งให้ถึงที่บ้าน ราคาเป็นกันเอง

ดูรายละเอียดสินค้าที่ : http://www.spppadscreen.com/products/accessories

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อ โทรเลย

คุณสราวุธ
Tel : 081-620-5309
ID line : wut25492559
http://line.me/ti/p/~wut25492559
หน้า: [1] 2 3