กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 6 ... 10
1
ตามหลักการของ การปลูกผักสวนครัว แบบเศรษฐกิจพอเพียง นั้น

พูดง่ายๆ คือ เราควรดูพฤติกรรมตนเองว่า อยู่อย่างไร กินอย่างไร ใช้อย่างไร หากชอบกินกะเพราะแต่ปลูกคะน้า ก็ไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไหร่ หรืออยากกินแตงกว่าแต่ปลูกถั่วฝักยาว ตามนี้ก็ไม่ไหว สรุปแล้ว ควรปลูกในสิ่งที่กิน และกินในสิ่งที่ปลูก ดีที่สุด ตัวอย่างข้างล่างนี้ ถือเป็น ผักสวนครัวรั้วกินได้ ที่จำเป็นต้องมีทุกบ้าน เพราะเชื่อแน่ว่า 90% ต้องกินต้องใช้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การปลูกผักสวนครัว แบบเศรษฐกิจพอเพียง ในยุคปัจจุบัน

แต่การอยู่รอดในยุคเศรษฐกิจในปัจจุบัน แถมด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อโรคใหม่ๆ โดยเฉพาะ COVID-19 นี้ดูท่าว่าอาจกินเวลานานหลายปี หากบ้านเมืองเกิดกลียุค ต้องปิดบ้านปิดเมืองจะทำอะไรกิน แม่ค้าไม่มีของขาย ไปทางไหนก็เจอแต่ความว่างเปล่า กลายเป็นเมืองร้าง เพราะต่างคนต่างกลัวการติดโรคระบาด



ถ้าไม่พึ่งพาของที่อยู่ในสวนตัวเอง ปลูกผักสวนครัวกินเอง ทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง ช่วยเหลือตัวเองและครอบครัว ถามว่าถ้าไม่ทำ จะอยู่รอดกันอย่างไรดี

มันไม่ง่าย ใครๆ ก็รู้ แต่สำหรับคนที่อยู่กับพืชผัก ก็คิดว่ามันไม่ยากหากจะเริ่ม อย่างน้อยที่สุด ก็คือทางรอดสุดท้ายจากการพึ่งพาตนเอง ตามแนวพระราชดำริฯ ของ ร.9 ตามแบบฉบับโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้
2
หากท่านใด ต้องการปลูก ผลไม้ที่ออกผลทั้งปี แล้วขี้เกียจดูแล ปลูกต้นเดียวได้กินทั้งปี แนะนำเลย

แล้ว ผลไม้ที่ออกผลทั้งปี มีอะไรบ้าง

อ้างอิงจาก รายชื่อผลไม้ที่ออกลูกทั้งปี



**ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

ผลไม้ที่มีกินทั้งปี ผลไม้ที่ปลูกครั้งเดียว มีกินไปยันตาย ไม้ผลบางชนิดอายุยืนมาก บางชนิดแตกหน่อออกผลผลิตเรื่อยๆ โดยไม่สนใจฤดูกาล ให้ผลตลอดทั้งปี ได้แก่

กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม มะพร้าว มะละกอ ส้มโอ องุ่น ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน
3
กระทรวงเกษตรฯ พร้อมเดินหน้าโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ มั่นใจสร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่มั่นคงให้เกษตรกร รวมทั้งกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

ดูข้อมูล การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ 3 ขั้น ทำอย่างไรถึงจะได้ผล

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก ครม. เมื่อวานนี้ (8 ก.ค.) โดยเป็นหนึ่งในโครงการภายใต้แผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ตามบัญชีท้าย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรบรรเทาปัญหาการว่างงาน ลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานภาคการเกษตรกรรมไปสู่ภาคอื่น ๆ และให้ชุมชนมีความมั่นคงในการเป็นแหล่งผลิตอาหาร ดังนั้นเกษตรกรสามารถเลี้ยงตนเองและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน นอกจากนี้ จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะสั้นและสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยระยะยาวด้วย เกษตรกรสามารถเลี้ยงตนเองและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน



นายเฉลิมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวจะพัฒนาพื้นที่ของเกษตรกรตำบลต่าง ๆ ทั่วประเทศตามทฤษฎีใหม่ 4,009 ตำบล ตำบลละ 16 ราย รวม 64,144 ราย ๆ ละ 3 ไร่ รวมเนื้อที่ 192,432 ไร่  งบประมาณ 9,805,707,480 บาท ระยะเวลาดำเนินงาน 1 ปี 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 - เดือนกันยายน 2564 เบื้องต้นจะเปิดรับสมัครเกษตรกรที่สนใจทำเกษตรตามทฤษฎีใหม่ จากนั้นจะฝึกอบรมภาคทฤษฎีเกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและฝึกปฏิบัติการปรับพื้นที่การเกษตรตามทฤษฎีใหม่ จากนั้นจะสนับสนุนการปรับปรุงแปลงเกษตรทั้งการขุดสระเก็บน้ำ ปรับปรุงคุณภาพดิน ปลูกพืช เลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ เกษตรกรดำเนินการปรับปรุงคุณภาพดิน ปลูกพืช เลี้ยงปลาและเลี้ยงสัตว์ การห่มดิน การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง โดยจะส่งเสริมการตลาดด้วยการนำผลผลิตเกษตรอินทรีย์มาแปรรูป บรรจุหีบห่อ สร้างแบรนด์จำหน่ายร่วมกัน สร้างตลาดสีเขียวประจำหมู่บ้าน เพิ่มช่องทางการขายกับห้างสรรพสินค้า ยกระดับเป็นอุตสาหกรรมในชุมชน ตลอดจนการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ และคัดเลือกแปลงตัวอย่างจังหวัดละ 1 แปลงเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สำหรับผลที่คาดว่าจะได้รับ คือ พื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืนรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่เพิ่มขึ้น รวม 192,432 ไร่ พื้นที่กักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น 256 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ปลูกป่าเพิ่มขึ้น 19,243 ไร่ เกษตรกรได้รับการพัฒนาให้มีความมั่นคงในอาชีพ ทำเกษตรกรรมยั่งยืน 64,144 คน มีแปลงต้นแบบเพื่อการเรียนรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ 64,144 แห่ง และเกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ในพื้นที่ 32,072 ราย

“ขณะนี้เตรียมแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ เนื่องจากเป็นโครงการที่จะต้องบูรณาการจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จึงต้องแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อน ติดตาม ประเมินผลและแก้ไขปัญหาการดำเนินงาน จนกว่าโครงการจะเสร็จ” นายเฉลิมชัย กล่าว.

ที่มา สำนักข่าวไทย
4
นย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืช จ.สุราษฎร์ธานีพรุ่งนี้ ยันกรมวิชาการเกษตรพัฒนาพันธุ์จนได้มะพร้าวต้นเตี้ย พร้อมเร่งให้ออกใบรับรองมาตรฐาน GAP การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี โดยมะพร้าวที่ผลิตกะทิกล่องใช้คนเก็บทั้งหมด หวั่นแบนกะทิไทยทำชาวสวนมะพร้าวกว่า 2 แสนครัวเรือนเดือดร้อน

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า วันพรุ่งนี้ (10 ก.ค.) จะไปศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืช จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อดูผลการปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวแกง ซึ่งกรมวิชาการเกษตรทำมาอย่างต่อเนื่องจนได้มะพร้าวสูงไม่เกิน 10-12 เมตร ปัจจุบันชาวสวนมะพร้าวนิยมนำไปปลูก เพราะเก็บผลได้ง่าย โดยมะพร้าวที่เข้าสู่โรงงานผลิตกะทิใช้คนเก็บทั้งหมด

นางสาวมนัญญา กล่าวต่อว่า จะเดินทางไปศูนย์ฝึกลิงคลองน้อย ตำบลคลองน้อย อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่วิสาหกิจชุมชุนท่องเที่ยวตำบลคลองน้อยดำเนินการ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับกระทรวงพาณิชย์จะนำทูตจากประเทศต่าง ๆ ไปชมว่าการเลี้ยงลิงกังเป็นวิถีชีวิตชาวบ้าน  โดยเลี้ยงลิงเหมือนสัตว์เลี้ยง ผูกพันกันมานาน และฝึกให้เก็บมะพร้าว แต่มีน้อยมากฝึกเพื่อแสดงและท่องเที่ยววิถีชุมชน จากนั้นจะรายงานต่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อดำเนินการต่อไปเนื่องจากเป็นความเชื่อมโยงของภาคเกษตร อุตสาหกรรม และการค้าระหว่างประเทศ

“องค์กร PETA นำเสนอว่าไทยยังคงใช้ลิงเก็บมะพร้าวและเป็นการทรมานสัตว์นั้น ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรตรวจสอบทันที ซึ่งทุกสวนมะพร้าวที่ผลิตเพื่อส่งออกไม่ได้ใช้ลิงกังเก็บผลผลิต แต่ใช้คนเก็บ โดยมีอุปกรณ์ คือ ไม้สอย รวมทั้งให้กรมวิชาการเกษตรออกหนังสือรับรองบริษัทส่งออกน้ำกะทิกล่องแล้ว เพื่อนำไปชี้แจงต่อคู่ค้าในต่างประเทศเพื่อไม่ให้แบนสินค้าเกษตรจากมะพร้าวไทยซึ่งจะส่งผลให้ชาวสวนกว่า 200,000 ครัวเรือนเดือดร้อน” นางสาวมนัญญา กล่าว

ที่มา สำนักข่าวไทย
ข้อมูลการปลูกมะพร้าวน้ำหอมต้นเตี้ย
5
ซิมทรูลงทะเบียน อายุการใช้งานเยอะ จำกัดเพียง 500 ซิมเท่านั้น


ซิมทรูนำไปใช้อะไรได้บ้าง
สมัครอีเมล์ Gmail Hotmail
สามารถสมัคร account ต่างๆ ยืนยันเบอร์ได้
สมัครทรูมันนี่ website address ต่างๆที่ต้องการยืนยันเบอร์มือถือ

มีแค่ 500 ซิมนะครับหมดแล้วหมดเลย เหมาะหมดขายซิมละ 35 บาท
ขายขั้นต่ำ 10 ซิม (แบ่งขายได้) ซิมละ 39 บาท

สนใจติดต่อ
0626482194

lineid: surjay24
facbook: 9jayzee
mail: [email protected]
6
ซิมทรูลงทะเบียน อายุการใช้งานเยอะ จำกัดเพียง 500 ซิมเท่านั้น


ซิมทรูนำไปใช้อะไรได้บ้าง
สมัครอีเมล์ Gmail Hotmail
สามารถสมัคร account ต่างๆ ยืนยันเบอร์ได้
สมัครทรูมันนี่ website address ต่างๆที่ต้องการยืนยันเบอร์มือถือ

มีแค่ 500 ซิมนะครับหมดแล้วหมดเลย เหมาะหมดขายซิมละ 35 บาท
ขายขั้นต่ำ 10 ซิม (แบ่งขายได้) ซิมละ 39 บาท

สนใจติดต่อ
0626482194

lineid: surjay24
facbook: 9jayzee
mail: [email protected]
7
เหมือนอังกฤษจะแบนกะทิไทย ด้วยเหตุผลที่ว่า ชาวสวนมะพร้าวใช้แรงงานลิงเก็บลูกมะพร้าวแทนแรงงานคน เข้าข่ายทรมานสัตว์



ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อปลูกมะพร้าวน้ำหอมต้นเตี้ย ให้ผลผลิตตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป เก็บเองได้ ไม่ต้องไปง้อลิง หมดปัญหาต่างชาติแบนเพราะใช้แรงงานลิง ดู วิธีปลูกมะพร้าวน้ำหอมต้นเตี้ย และรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


ซุปเปอร์มาร์เกตขนาดใหญ่ของอังกฤษที่ออกมาขานรับแถลงการณ์ของ PETA โดยประกาศจะยุติการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากประเทศไทย ได้แก่ ห้าง เวทโรส, โอคาโด, โค-ออป และ บูทส์ เป็นต้น

บุคคลที่เป็นคนเจ้ากี้เจ้าการอย่างมากรายหนึ่งก็คือ นางสาว แคร์รี ไซมอนด์ส คู่หมั้นของนาย บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนปัจจุบัน ที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน แต่อยู่ด้วยกันในบ้านประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และคลอดลูกชายเมื่อเดือนเมษายนนี่เอง คุณแคร์รี ไซมอนด์สได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์เรียกร้องให้ห้างสรรพสินค้าทุกแห่งในสหราชอาณาจักรร่วมมือกันต่อต้านผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูปและนํ้ามะพร้าวจากประเทศไทย

ผมต้องขออนุญาตสรุปเรื่องราวยาวหน่อย เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่อาจจะมิได้อ่านข่าวในตอนแรก แต่ฟังข่าวในช่วงหลังๆจะได้เข้าใจตรงกันว่า ผู้ที่สั่งแบนสินค้ามะพร้าวจากประเทศไทย ไม่ใช่กระทรวงพาณิชย์ อังกฤษ หรือรัฐบาลอังกฤษแต่อย่างใด

เป็นเพียงแถลงการณ์ขอร้องจากองค์การที่อ้างว่ารักสัตว์อย่าง PETA และมีห้างร้านในอังกฤษจำนวนมากให้ความร่วมมือ สั่งเก็บสินค้าไปจากหิ้งวางของในห้างตัวเองไปแล้ว
8
อาจารย์ปราโมทย์  ไม้กลัด ประธานที่ปรึกษามูลนิธิน้ำเพื่ออีสาน ได้อธิบายถึง “โครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม สาขาเกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” ว่า  เป็นการดี เพราะเป็นการสร้างความยั่งยืนในการน้อมนำ “เกษตรทฤษฎีใหม่และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ให้เกษตรกรหรือผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมนำมาใช้เป็นแนวทางและหลักการอย่างตรงตามแนวพระราชดำริ  ทั้งด้านองค์ความรู้ ความพร้อมในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างเป็นขั้นตอน ความสามารถในการวางแผนอย่างมีกระบวนการ การจัดการทรัพยากรการผลิตอย่างสมดุลและเหมาะสม จนเกิดนวัตกรรมในการพึ่งพาตนเองได้ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในทุกสถานการณ์และบริบทพื้นที่”

อาจารย์ปราโมทย์ ปรารภว่า  “การจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม สาขาเกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง จะมีการจัดแบ่งระดับของมาตรฐานวิชาชีพ และคุณวุฒิวิชาชีพให้สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฏีใหม่ใน 3 ระดับ คือ 1.ระดับต้น โดยจะมุ่งกำหนดกรอบสมรรถนะเพื่อสร้างเสถียรภาพของการผลิต รายได้ ความมั่นคงของตัวเกษตรกรและชุมชนชน มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเอง  ถัดมา 2. ระดับกลาง ที่มีกรอบของสมรรถนะมุ่งเน้นการสร้างกลุ่มหรือสหกรณ์  เพื่อดำเนินการการเกษตรอย่างครบวงจร และ 3. ระดับก้าวหน้า ที่มีกรอบสมรรถนะมุ่งเน้นการเป็นผู้ประกอบการ และสร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกเพื่อสนับสนุนการผลิตและการตลาด

ทั้งนี้ การจัดทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อกำหนดแนวทางเดินให้กับเกษตรกร ซึ่งในตอนนี้เกษตรกรมีพื้นฐานความเข้าใจอยู่แล้วส่วนหนึ่ง เรียกว่า “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” แต่อาจไม่สมบูรณ์ ถ้าหากทางสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพดำเนินการต่อยอดเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริถือเป็นเรื่องดี แต่ต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเข้าใจและชี้ให้เห็นภาพว่ามาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพคืออะไร ตรงนี้ถือว่าสำคัญมาก

ส่วนเรื่องเครื่องจักรกลต่าง ๆ ทางภาครัฐเองก็ต้องเข้ามาช่วยสนับสนุน ร่วมแชร์กันไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง ต้องทำตามพระราชดำรัสว่า “บวร” และต้องสร้างความริเริ่มในการพัฒนาให้กับเกษตรกรด้วย โดยทาง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ จะต้องแนะแนวทางการสร้างมาตรฐานว่าควรเป็นแบบใดและขับเคลื่อนตามมาตรฐานได้อย่างไร อาจารย์ปราโมทย์ อธิบายต่อว่า “นอกจากนี้ มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม สาขาเกษตรกรรม ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง จะต้องเป็นการพัฒนาศักยภาพ และสมรรถนะของเกษตรกรหรือผู้ประกอบอาชีพทางการเกษตรได้อย่างสอดคล้องกับการเกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริ และทิศทางการพัฒนาภาคเกษตรในบริบทของ Thailand 4.0  สู่การเป็นเกษตรกรที่มีมาตรฐาน และมีสมรรถนะมืออาชีพ นำไปสู่การขยายผลของความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนในอาชีพเกษตรกรรมต่อไป”

ดร.นพดล ปิยะตระภูมิ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เปิดเผยถึง มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ ว่า “สำหรับองค์ความรู้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือว่า สคช. จะขอน้อมเกล้านำมาจารึกไว้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นมาตรฐานเพื่อให้คนรุ่นหลังทั้งคนไทย และคนต่างประเทศได้นำหลักการ แนวพระราชดำริ ทฤษฎีใหม่ ไปใช้และปฏิบัติ ตามพระราชดำริที่พระองค์ทรงพระราชทานไว้ และยังจะทำให้เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงไม่สูญหาย จะยังคงเปรียบเสมือน “ทรัพย์อันทรงคุณค่าของแผ่นดินไทย” ถ้าประชาชนทั้งประเทศนำไปใช้เชื่อว่าทุกครัวเรือนจะมีความกินดีอยู่ดีมากขึ้น พ้นจากความยากจนด้วยความเพียรอีกหนทางหนึ่ง

การสร้างมาตรฐานอาชีพนี้ นอกจากจะทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์จากการทำเกษตรที่ได้ผลผลิตเพิ่มตลอดปี มีความหลากหลายแบบผสมผสานแล้ว  ยังเกิดความพอเพียง ไม่ทำเกษตรเกินตัว โดยส่งผลให้มีข้าว น้ำ พืชผล สัตว์ ใช้บริโภคตลอดปี หากเหลือกินเหลือใช้สามารถนำไปขายสร้างรายได้ของครอบครัวอีกด้วย

คาดว่า การทำมาตรฐานฯ ครั้งนี้จะเสร็จสมบูรณ์ประมาณเดือนพฤษภาคม 2561 ในขั้นตอนการรับรองมาตรฐาน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพจะต้องเชิญบุคคลที่มีความรู้และรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในช่วงการก่อกำเนิด เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งก็คือ อาจารย์ปราโมทย์ ไม้กลัด มาให้การรับรองข้อมูลอย่างถูกต้องและถ่องแท้ เพื่อเป็นมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพเกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด หลังจากนั้นจะนำองค์ความรู้ที่รวบรวมมาจัดทำเป็นมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบสู่การปฏิบัติอย่างทั่วถึงผ่านเว็บไซต์ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)  แนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ จึงถือว่า เป็นทรัพย์ของแผ่นดินและเป็นทรัพย์ของสากล หากนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง” ดร.นพดล กล่าว

ท้ายที่สุด ดร.นพดล กล่าวฝากว่า  สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ขอเรียนเชิญหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมสนับสนุนช่วยเหลือให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย อาทิ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สภาเกษตรกรจังหวัดขอนแก่น  ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านทุ่งรวงทอง จังหวัดกำแพงเพชร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาของชาวบ้านโครงการส่งเสริมกสิกรรม ไร้สารพิษ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์เกษตรอนินทรีย์วิถีชุมชนหนองกระโดนมน จังหวัดสุพรรณบุรี ศูนย์ฝึกอบรมเกษตรผสมผสานบ้านโนนรัง-บูรพา จังหวัดนครราชสีมา ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนำควาย และที่ขาดไม่ได้ คือ มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิน้ำเพื่ออีสาน และปราชญ์ชาวบ้านที่น้อมนำแนวทฤษฎีใหม่ไปปฏิบัติใช้แล้วเห็นผลเชิงประจักษ์ ประสบความสำเร็จ ขอเชิญท่านให้เข้ามามีส่วนร่วมทำให้เกิดมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ และคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้เกษตรทฤษฏีใหม่ตามหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันเปรียบเสมือน “ทรัพย์อันทรงคุณค่าของแผ่นดินไทย” ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อมวลประชาโลกสืบไป

news.ch3thailand.com/economy/56760
9
มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาสู่ยุค 4.0 อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

เกษตรกรรม นับเป็นอาชีพหลักและเป็นรากฐานสำคัญของประเทศไทย ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นเกษตรกร สินค้าทางการเกษตรของไทยโดยเฉพาะการเพาะปลูกข้าว พืชผัก ผลไม้  นอกจากจะใช้เป็นอาหารของคนในประเทศแล้วยังสามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศ นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สําคัญของไทยที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เพาะปลูกได้เป็นอย่างดี ซึ่งต่างประเทศได้มีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ท่ามกลางสภาพปัญหาความแห้งแล้ง การขาดน้ำ สภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปและมีแนวโน้มที่รุนแรงในอนาคต  ทำให้วิถีชีวิตของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะ เกษตรกรน้ำฝนจำนวนมากยังวนเวียนอยู่ในวงจรความยากจน และกับดักของหนี้สินอย่างยากที่จะหลุดพ้น

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทาน “หลักการทำเกษตรทฤษฎีใหม่” ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ทรงใช้แนวคิดแห่งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการบริหารงานในการทำการเกษตร โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไว้เป็นรากฐานให้เกษตรกรและประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้นำไปประยุกต์ใช้ เพื่อการแก้ไขปัญหาการเกษตรและสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข มีความพอเพียง หลุดพ้นบ่วงแห่งความยากจน

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้จัดทำ “โครงการมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพเกษตรกรรม สาขาเกษตรกรรม ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อเป็นการน้อมนำหลักการเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและประชาชนชาวไทยทั้งด้านองค์ความรู้ที่เป็นมาตรฐาน ตรงตามแนวพระราชดำริ และนำไปสู่ภาคปฏิบัติให้ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่ทำการเกษตรของตนเอง จนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข พอเพียง พ้นจากความยากจน  อีกทั้ง เพื่อให้สถานศึกษาทุกระดับ สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนวิชา เกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริ ได้ตรงกับแนวพระราชดำริของพระองค์ท่าน อันจะนำประชาชน ชุมชน และสังคมไทยได้เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เกิดการบูรณาการอย่างยืดหยุ่น  มีการบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม  จนสามารถก้าวไปสู่การพึ่งพาตนเอง และการพัฒนาประเทศสู่ความสมดุล มั่นคง และยั่งยืนได้สืบไป



อาจารย์ปราโมทย์  ไม้กลัด ประธานที่ปรึกษาของมูลนิธิน้ำเพื่ออีสาน ขยายความหลักการทำทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริว่า ทฤษฎีใหม่เป็นการประยุกต์การทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงอย่างชัดเจน เป็นพระราชดำริเพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็ก ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  โดยทฤษฎีใหม่ เป็นขั้นของความเข้าใจและจัดแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนคือ 30 เปอร์เซ็นต์ ขุดสระเก็บกักน้ำเพื่อใช้เก็บกักน้ำฝน ต่อมา 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกข้าวในฤดูฝนเพื่อใช้เป็นอาหารเพียงพอตลอดปีลดค่าใช้จ่าย ถัดมา 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร ฯลฯ เหลือก็นำไปจำหน่าย และสุดท้าย 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นที่อยู่อาศัยเลี้ยงสัตว์และโรงเรือน  หากเกษตรกรเข้าใจคำว่าทฤษฎีใหม่แน่นอนว่าครอบครัวเกษตรกรนั้นจะมีงานทำตลอดทั้งปี ทำให้เกิดทักษะ เกิดความขยันในการทำงาน ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้และค่าตอบแทนแน่นอน ผลิตผลที่ผลิตในพื้นที่ย่อมมีกินตลอดปี และทำให้เกิดจิตวิญญาณที่จะมุ่งมั่นสู่การทำงาน ซึ่งจะได้ความสุขในชีวิตตอบแทนกลับคืนมาด้วย แต่ต้องมีความเพียรพยายาม ดังพระราชดำรัสของพระองค์ที่ว่า

“การทำทฤษฎีใหม่ เป็นเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง...ผู้ที่ปฏิบัตินี้ต้องมีความเพียร และต้องอดทน ...ทฤษฎีใหม่...ยืดหยุ่นได้และต้องยืดหยุ่น เหมือนชีวิตของเราทุกคนต้องมียืดหยุ่น”
10
นายสนธยา กล่าวว่า หากแรงงานกลุ่มนี้ต้องการเดินทางกลับพม่าก็สามารถทำได้เพราะได้มีข้อตกลงกันไว้กับรัฐบาลพม่าแค่เพียงมีหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นคนจากฝั่งพม่า เขาก็ยินดีรับกลับไป

“ที่กำลังเป็นปัญหาในตอนนี้คือเรื่องเด็กนักเรียนหัวศูนย์ ซึ่งเป็นเด็กที่ข้ามมาเรียนฝั่งไทย เกือบทั้งหมดเป็นเด็กไทใหญ่ เพราะนิยมส่งลูกหลานมาเรียนโรงเรียนไทย แต่ตอนนี้ข้ามมาไม่ได้นับพันคนแม้โรงเรียนจะเปิดแล้ว เพราะมาตรการของจังหวัดเชียงราย คือก่อนหน้านี้ให้มีการตรวจและการกักตัว หากเข้ามาแล้วไม่ให้กลับไปอีก แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายรวมแล้วกว่า 1 หมื่นบาท ทำให้แทบไม่มีใครมาตรวจ ตอนนี้เลยมีเด็กกลุ่มนี้ติดต่อมายังชมรมฯ เยอะ แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้เพราะต้องรอคำสั่งจากผู้ว่าฯ”นายสนธยา กล่าว

ด้าน นายสืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย กล่าวว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รัฐบาลไม่มีนโยบายให้ความรู้และความช่วยเหลือแก่แรงงานข้ามชาติ จึงแทบไม่มีการแจกหน้ากากหรือเจลแอลกอฮอล์ โดยที่จังหวัดเชียงรายเห็นภาพนี้ชัดเจน เพราะแม้แต่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดก็ยังช่วยเหลือไม่ได้ เพราะงบประมาณถูกล็อกไว้ใช้สำหรับคนไทยเท่านั้น ทำให้แรงงานข้ามชาติต้องอยู่กันอย่างแออัดเพราะต่างย้ายมาอยู่รวมกันเพื่อประหยัดค่าเช่า แต่ถือว่ายังโชคดีจากการสุ่มตรวจแรงงานข้ามชาติ 100 รายไม่พบว่ามีการติดเชื้อโควิด

“นโยบายของรัฐบาลมักตั้งอยู่บนฐานคิดว่าเขาคือคนไทยหรือไม่ เช่น คนที่ตรวจพบเชื้อที่ด่านสะเดา จ.สงขลา ก็รีบบอกว่าไม่ใช่คนไทย หรืออย่างแรงงานข้ามชาติ 3 พันคนที่เข้ามาก็ได้รับความหวาดระแวง ที่สำคัญคือรัฐบาลไม่มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะเปิดรับแรงงานข้ามชาติอีกหรือไม่ และจะบริหารอย่างไร ทั้งๆ ที่คลายล็อกเกือบหมดแล้ว ทุกวันนี้มีเพียงมาตรการสกัดกั้นไม่ให้เข้ามาเท่านั้น แต่ก็สกัดไม่ได้หมดเพราะพรมแดนอันยาวเหยียด ทำให้มีแรงงานข้ามชาติทยอยกลับเข้ามาตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนและกลายเป็นปัญหาที่มุดดิน ยิ่งทำให้แก้ไขยาก” นายสืบสกุล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข้อเสนอแนะอย่างไรไปถึงรัฐบาล นายสืบสกุล กล่าวว่า 1.ต้องยอมรับก่อนว่า ประเทศไทยต้องอาศัยแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ใช่มีแต่ฐานคิดว่าคนเหล่านี้คือภัยด้านความมั่นคงและเป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด เราต่างต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน 2.ควรมีนโยบายส่งเสริมและเรียนรู้ในเรื่องพหุวัฒนธรรม เพื่อให้แรงงานข้ามชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อยู่ในสังคมไทยได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีความสุขร่วมกับคนไทย

3.ควรมีการยกเครื่องระบบการบริหารจัดการแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้มีกระบวนการรองรับที่ชัดเจน เพราะเชื่อว่ามีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมากที่ต้องการกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย แต่ขณะนี้กลับยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ด้านนโยบายเลย

“ประเทศไทยควรมีกรอบความร่วมมือในการช่วยเหลือเพื่อนบ้านเรื่องโควิด เพราะเรามีระบบสาธารณสุขที่ดีและพร้อมกว่า ดังนั้นจึงควรมีความช่วยเหลือ เช่น การตั้งจุดตรวจในพื้นที่ชายแดน ซึ่งโรงพยาบาลใหญ่ๆ หรือมหาวิทยาลัย ต่างก็มีศักยภาพที่จะทำได้ ซึ่งเท่ากับเป็นการเปิดช่องทางในการอำนวยความสะดวกให้กับแรงงานข้ามชาติด้วย”นายสืบสกุล กล่าว

ขณะที่ นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิยดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรณีแรงงาน 3 สัญชาติ ตามแนวทางที่ผ่านมาได้มีการผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) 30 มิถุนายน และทั่วประเทศดำเนินการตามกระบวนการ ส่วนแรงงานที่เข้ามาตามข้อตกลงความร่วมมือซึ่งจะครบ 4 ปี และมติครม.ขยายออกไปถึง 31 กรกฎาคม โดยจะประเมินสถานการณ์กันอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการประเมินความต้องการใช้แรงงานและจำนวนคนที่ต้องการทำงานบ้างหรือไม่ว่าเป็นอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า ได้ประชุมและหารือเรื่องนี้กันอยู่เสมอ แต่ตอนนี้ยังมีแรงงานข้ามชาติอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการเปลี่ยนนายจ้างและถูกเลิกจ้าง ซึ่งแนวทางที่เป็นประโยชน์มากที่สุดคือเอาคนกลุ่มนี้เข้าสู่กระบวนการจ้างงานให้เร็วสุด ขณะเดียวกันตนได้เดินทางไปหารือกับทูตพม่าประจำประเทศไทยเพื่อหารือกันถึงเรื่องนี้

เมื่อถามว่าจะใช้โอกาสวิกฤตโควิดปฎิรูประบบแรงงานข้ามชาติหรือไม่ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า เราดูกลไกกันเสมอ ผ่านกระบวนการทางกฎหมายเพื่อแก้ไขให้รวดเร็วขึ้นและได้มีการประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ร่วมกัน 3 ประเทศคือ พม่า กับพูชาและลาว เพื่อที่จะทำงานร่วมกันและแก้ไขปัญหารายละเอียดต่างๆ รวมถึงกระบวนการจ้างงานตามแนวชายแดนให้กระชับขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ดูแลแรงงานข้ามชาติอย่างไรเพื่อให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการแพร่ระบาดของโควิดในกลุ่มนี้ นายสุชาติ กล่าวว่า จริงๆแล้วกระทรวงแรงงานอยู่ปลายน้ำ ส่วนต้นทางต้องดูว่าเรามีมาตรการสกัดกั้นอย่างไร เพราะเรามีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านยาวจึงอาจมีการหลุดรอดเข้ามาบ้าง ดังนั้นทุกภาคส่วนคงต้องช่วยกันดูแล

รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันนี้ นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย ได้มีหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ อาทิ ตม. ชุดปฎิติบัติการตชด. ตำรวจ สภ.แม่สาย รวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ชายแดน เข้าร่วมประชุมเนื่องจากมีขบวนการลักลอบนำแรงงานข้ามชาติเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยมีผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านรู้เห็นและเรียกรับผลประโยชน์ซึ่งอาจส่งผลให้โควิดกลับมาระบาดเพราะแรงงานเหล่านี้ไม่ผ่านกระบวนการคัดกรอง

khaosod.co.th/around-thailand/news_4460632
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 ... 10