กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 [10]
91
“เยียวยาเกษตรกร" ตรวจสอบสถานะ www.moac.go.th โอน "เงินเยียวยา" ต่อเนื่อง อีก 1 ล้านราย ย้ำ กลุ่มตกหล่นรีบแจ้งเลขบัญชี รักษาสิทธิ์รับเงิน 15,000 บาท

โครงการช่วยเหลือเงินเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 รับ เงินเยียวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ได้ดำเนินการโอนเงินให้เกษตรกร ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 มาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ได้รับสิทธิต้องมีรายชื่อในทะเบียนเกษตรกร และไม่ซ้ำซ้อนกับมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ของรัฐบาล อย่าง เราไม่ทิ้งกัน

สำหรับความคืบหน้าในการโอนเงินระบบยังคงดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ตามรายละเอียดที่ทาง ธ.ก.ส. ได้ระบุไว้ว่า การจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท ประจำเดือน กรกฎาคม ตั้งแต่ 15 - 22 กรกฎาคม 2563 วันละประมาณ 1 ล้านรายต่อเนื่อง ไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำให้วันนี้ (วันที่ 17 กรกฎาคม 2563) จะมีเกษตรกรได้รับโอนอีก 1 ล้านราย

ส่วนภาพรวมตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 ซึ่งถือเป็นวันที่ 2 ของการโอนเงินเยียวยา รอบเดือนกรกฎาคม กษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ระบุถึงความคืบหน้าในการโอนเงินว่า มีเกษตรกรที่ได้รับเงินไปแล้วรวม 1,999,958 ราย เป็นเงิน 9,999.790 ล้านบาท

bangkokbiznews.com/news/detail/889696
92
สาระความรู้ทั่วไป / Re: ปลาทูไทย กลับมาแล้ว
« กระทู้ล่าสุด โดย เด็กหลังสวน เมื่อ กรกฎาคม 17, 2020, 01:56:39 PM »
รวมถึงการประกาศห้ามทำการประมงหรือปิดอ่าวบริเวณรอยต่อของพื้นที่ปิดอ่าวไทยตอนกลางและอ่าวไทยรูปตัว ก เขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถึง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.- 14 มิ.ย.ของทุกปี และมีการปรับปรุงประกาศปิดอ่าวไทยตัว ก ให้สอดคล้องกับรูปแบบการอพยพของปลาทู โดยประกาศปิดอ่าวเป็นสองช่วงได้แก่ อ่าวไทยตอนในฝั่งตะวันตกระหว่างวันที่ 15 มิ.ย.- 15 ส.ค. และอ่าวไทยตอนในด้านเหนือระหว่างวันที่ 1 ส.ค.- 30 ก.ย.ของทุกปี

นอกจากนี้ ยังห้ามเครื่องมือทำการประมงบางชนิดในเขตทะเลชายฝั่ง เช่น อวนล้อมจับ อวนติดตาที่มีความยาวอวนมากกว่า 2,500 เมตร และเครื่องมือทำการประมงที่ใช้ประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (ปั่นไฟ) เป็นต้น และยังกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้ชาวประมงจับสัตว์น้ำวัยอ่อนที่ยังไม่ได้ขนาดอีกหลายมาตรการ เช่น ห้ามใช้เครื่องมือบางชนิดทำการประมงในเขตชายฝั่ง ห้ามทำการประมงอวนล้อมจับ โดยใช้ตาอวนขนาดต่ำกว่า 2.5 ซม.ในเวลากลางคืน การขยายขนาดตาอวนก้นถุงอวนลากเป็น 4.0 ซม.และยกเลิกเครื่องมือประมงบางชนิดที่ทำลายลูกพันธุ์สัตว์น้ำ

ซึ่งกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2558 เป็นต้น โดยกรมประมงยังได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนบริหารจัดการประมงทะเลของประเทศไทย พ.ศ.2563-2565 ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายให้ทรัพยากรประมงฟื้นฟูคืนสู่ระดับที่สามารถให้ผลผลิตสูงสุดที่ยั่งยืน (MSY) ในน่านน้ำไทย เพื่อควบคุมระดับการลงแรงประมงให้เหมาะสมกับค่า MSY และลดการจับลูกสัตว์น้ำเศรษฐกิจ



ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2559 ภายหลังจากมีการนำพระราชกำหนดการทำประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาบังคับใช้ กรมประมงได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำประมง(FMC) และกำหนดให้เรือประมงที่มีขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป ต้องติดตั้งระบบติดตามเรือ (VMS) เพื่อตรวจสอบเฝ้าระวังการทำประมงตลอด 24 ชั่วโมง หากพบมีเรือ ทำการประมงในเขตพื้นที่ห้ามทำการประมงจะมีการแจ้งเตือนไป ทำให้การควบคุมเฝ้าทำการประมงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี นอกจากมาตรการบังคับใช้ทางกฎหมาย รวมถึงมาตรการกำหนดพื้นที่ทำการประมงในระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่เลี้ยงตัวอ่อน หรือที่เรียกว่ามาตรการปิดอ่าวที่แบ่งเป็น 5 ระยะเป็นเวลาประมาณ 225 วัน นั้นแม้จะมีแนวโน้มในการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่ยังถือว่าไม่เพียงพอต่อการฟื้นตัวของปลาทูที่ลดลงมากมาตั้งแต่ปี 2558 จำเป็นต้องมีมาตรการทางสังคมเข้ามาช่วยในการฟื้นฟูปลาทูให้กลับคืนมาอีกทางหนึ่ง เช่น การรณรงค์ให้หยุดบริโภคปลาทูขนาดเล็ก การหยุดใช้เครื่องมือประมงผิดและหยุดจับพ่อแม่พันธุ์ปลาทูก่อนช่วงวางไข่ จึงจะช่วยให้ปลาทูไทยฟื้นฟูกลับมาได้เร็วขึ้น

อีกทั้งกรมประมงยังอยากให้มีมาตรการเพิ่มเติมในระยะที่ 6 เพื่อให้ครอบคลุมวงจรชีวิตปลาทูในเขตชายฝั่งอ่าวไทย ซึ่งเป็นรอบนอกวงจรชีวิตปลาทูจากมาตรการปิดอ่าวทั้ง 5 ระยะ เนื่องจากเป็นเส้นทางการเดินทางของปลาทูของวัยหนุ่มสาวที่จะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ แต่มาตรการนี้ จะต้องได้รับความร่วมมือจากพี่น้องชาวประมงในการบริหารจัดการร่วมกันภายใต้ข้อมูลทางวิชาการ และผลกระทบต่อชาวประมงน้อยที่สุด เพื่อขับเคลื่อนภายใต้การจัดการที่ดีก็จะช่วยให้ปลาทูคืนกลับมาสมบูรณ์อย่างแน่นอน

“กรมประมงได้พยามยามฟื้นฟูทรัพยากรปลาทูมาอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ อย่างไรก็ตาม กรมประมงและภาครัฐจะไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงหากไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องชาวประมง ซึ่งนโยบายของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งเน้นให้คืนความสุขกับพี่น้องชาวประมง ในการอนุรักษ์สัตว์น้ำให้พี่น้องชาวประมงได้ประกอบอาชีพ

แต่การคืนความสุขนี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องชาวประมงในการช่วยดูแล และต้องเกิดการยอมรับจากทุกภาคส่วน ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายภายใต้หลักการทางวิชาการรองรับและการตก ผลึกทางความคิดร่วมกัน โดยมีเป้าหมายให้ทรัพยากรสัตว์น้ำกลับคืนมาเพื่อใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนมีปริมาณปลาทูที่เพียงพอให้พี่น้องชาวประมงได้ประกอบอาชีพ และรับประโยชน์จากสัตว์น้ำอย่างเต็มที่และเหมาะสม

ซึ่งต่อจากนี้ไปเราจะไม่ถามว่าปลาทูหายไปไหน แต่จะถามว่าเราจะเอาปลาทูกลับมาอย่างไรให้ยั่งยืนกรมประมงและพี่น้องชาวประมงจะร่วมกันบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ปลาทูอย่างไร เพื่อให้ปลาทูกลับมาสมบูรณ์อยู่คู่กับวิถีชีวิตของเราไปอีกนาน” อธิบดีกรมประมง ฝากทิ้งท้าย

ข่าวเกษตรวันนี้
ref : kasetkaoklai.com
93
สาระความรู้ทั่วไป / ปลาทูไทย กลับมาแล้ว
« กระทู้ล่าสุด โดย เด็กหลังสวน เมื่อ กรกฎาคม 17, 2020, 01:56:27 PM »
กรมประมงนำปลาทูไทยกลับมาแล้ว…จะบริหารจัดการร่วมกันอย่างไรให้ยั่งยืน?

ปลาทูถือเป็นหนึ่งในอาหารทะเลที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตคนไทยมาเป็นเวลานาน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายคนคงได้ยินเกี่ยวกับเรื่องวิกฤตปลาทูในอ่าวไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจนน่าตกใจ โดยเฉพาะช่วงระหว่างปี 2558-2561 ปริมาณการจับปลาทูในอ่าวไทยมีแนวโน้มลดลงจากเดิมเคยจับได้ 1.2 แสนตันต่อปี ลดลงจนเหลือเพียง 33,931 ตันในปี 2558 และลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะปลาทูถูกจับ “เกินศักยภาพการผลิต” ประกอบกับเครื่องมือทำการประมงถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงมากกว่าอดีต ส่งผลให้พ่อแม่พันธุ์และปลาทูสาวถูกจับขึ้นมาใช้ประโยชน์มากขึ้น

อย่างไรก็ดี เมื่อกรมประมงเห็นแนวโน้มการลดลงของปริมาณปลาทู จึงได้ปรับเปลี่ยนมาตรการต่างๆ ให้ได้ผลในการบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆมากที่สุดเพื่อจะนำปลาทูกลับคืนมาให้ได้ผลมากที่สุดจนกระทั่งในปี 2562 พบว่ามีปริมาณการจับปลาทูเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2561และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามลำดับดังนั้น เมื่อวันนี้ปลาทูไทยกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งด้วยประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีแล้วถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราทุกคนต้องช่วยกันฟื้นฟู ปลาทูในท้องทะเลไทยกลับมาอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน อยู่คู่กับวิถีชีวิตของเราไปอีกนาน

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ปัจจุบันปลาทูไทยกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว เนื่องจากเดิมปลาทูถูกจับไปใช้ประโยชน์ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ไม่ทันสมัย ปลาทูสาวร้อยละ 90 ที่พร้อมจะเดินทางไปวางไข่ที่อ่าวไทยตอนกลางถูกจับในอัตราที่สูงขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้นและหลุดรอดไปยังแหล่งวางไข่น้อยมาก เป็นเหตุให้พ่อแม่พันธุ์ที่พร้อมวางไข่เหลือปริมาณน้อย ปลาทูรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนจึงลดลงไปด้วย

จึงส่งผลให้ปริมาณปลาทูที่จับได้ลดลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปี 2561 กรมประมงจึงได้เพิ่มมาตรการอนุรักษ์ทรัพยากรปลาทูอย่างต่อเนื่อง มีการจัดระเบียบการทำประมงทั้งในประเทศและน่านน้ำทั่วไปภายใต้พระราชกำหนดการทำประมง พ.ศ.2558 และพระราชกำหนดการทำประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 (ฉบับแก้ไข) เพื่อป้องกันไม่ให้มีการทำประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้การบริหารจัดการด้านการประมงและการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งมีการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลอย่างครบถ้วนและถูกต้อง มีการใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุด เพื่อให้การบริหารทรัพยากรสัตว์น้ำนำไปสู่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน



ภายหลังจากการลดลงของปริมาณปลาทู กรมประมงได้เพิ่มมาตรการฟื้นฟูทรัพยากรปลาทูอย่างต่อเนื่องเช่น การใช้ปริมาณผลผลิตสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืนเป็นจุดอ้างอิงในการพิจารณาจัดสรรใบอนุญาตทำการประมงและจำนวนออกทำการประมง มีการขยายพื้นที่และเวลาปิดอ่าว เช่น การประกาศห้ามทำการประมงในพื้นที่ 7 ไมล์ทะเล นับจากชายฝั่งในพื้นที่ปิดอ่าวไทยตอนกลางเป็นระยะเวลา 30 วัน ตั้งแต่ 16 พ.ค.- 14 มิ.ย. เพื่ออนุรักษ์พื้นที่ชายฝั่งซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของลูกสัตว์น้ำขนาดเล็ก
94
ปลูกป่าแบบผสมผสานพืชผัก ที่ สสก. 3 ระยอง เพิ่มพื้นที่สีเขียว โครงการ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน”

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก.3) ร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกภายใต้ชื่อ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” นำพื้นที่ 14 ไร่ ภายในสำนักงาน ปลูกป่าแบบผสมผสานกับพืชผัก เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวใจกลาง จังหวัดระยอง เผยอนาคตจะเป็นแหล่งผักผ่อนเชิงเกษตรแบบผสมผสานระหว่างป่าปลูกกับพืชผัก

เมื่อเร็ว ๆนี้ นายดำรงฤทธิ์ หลอดคำ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง นำคณะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกภายใต้ชื่อ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” สืบสานสู่ 100 ล้านต้น ณ บริเวณพื้นที่แปลงเกษตรด้านหลังภายในสำนักงาน โดยมีเป้าหมายการปลูก จำนวนกว่า 1,400 ต้น เพื่อคืนผืนป่าให้กับแผ่นดิน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในสำนักงาน ให้มีอากาศบริสุทธิ์ ด้วยวิธีดูแลบ้านด้วยธรรมชาติ

นายดำรงฤทธิ์ กล่าวว่า โครงการ “รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน” ทางคณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้กำหนดจัดขึ้น โดยให้ประชาชนทั่วประเทศ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน ได้ร่วมใจและบูรณาการร่วมกันปลูกต้นไม้ อย่างน้อยคนละ 1 ต้น ในที่ดินของตนเอง พื้นที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา ที่สาธารณะ ศาสนสถาน โดยมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ไม่น้อยกว่า 100 ล้านต้น พร้อมทั้งบำรุงรักษาต้นไม้ให้เจริญเติบโตงอกงามสืบไป ”



นายดำรงฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนได้ร่วมใจบูรณาการปลูกต้นไม้และปลูกป่า อันเป็นการสนองพระราชดำริด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ และเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกประชาชนทั่วทั้งประเทศ ได้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ และปลูกต้นไม้ในใจคน ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวและเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน อีกทั้งลดภาวะโลกร้อน

ส่วนพื้นที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยองนั้น นายดำรงฤทธิ์ กล่าวว่า ได้ใช้บริเวณที่ด้านหลังของสำนักงานซึ่งเดิมเป็นที่แปลงเกษตร และพื้นที่ชุ่มน้ำ จำนวน 14 ไร่ โดยปรับสภาพพื้นที่ด้วยการยกคันดินส่วนหนึ่งพัฒนาเป็นสระน้ำ และใช้บริเวณแนวคันดินเป็นพื้นที่ปลูกป่า ที่เป็นพันธุ์ไม้ท้องถิ่น จำนวนกว่า 1,400  ต้น ส่วนหนึ่งจัดทำเป็นแปลงสาธิตงานด้านการเกษตรแบบผสมผสานรูปแบบการใช้พื้นที่ร่วมกันระหว่างป่าธรรมชาติกับพืชผักสำหรับการบริโภค เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงานของเกษตรกร และประชาชน และนำไปปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเองต่อไป



“สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง จังหวัดระยอง พื้นที่ตรงนี้เมื่อได้รับการพัฒนาด้วยการปลูกป่าแบบผสมผสานกับการปลูกพืชเพื่อการบริโภค ก็จะสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้ ตลอดถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้กับประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้ามาเรียนรู้และพักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดี” นายดำรงฤทธิ์ กล่าว

ข่าวเกษตรวันนี้
ref : kasetkaoklai.com

95
รับสมัคร นักการตลาดออนไลน์ เชี่ยวชาญ สื่อ Social Media รายได้ 20000 ต่อเดือน

หาคนทำงานที่มีความสามารถทางด้านสื่อ SOCIAL MEDIA เป็นหลักเก่งทางด้านการตลาดออนไลน์
ไม่ว่าจะเป็น FACEBOOK ADS,YOUTUBE,INSTARGRAM,TIKTOK
จ้างประจำรายเดือน ๆ ละ 20000 บาทขึ้นไป พร้อมโบนัส ท่องเที่ยว อื่นๆ
ทำงานที่บ้านได้ แต่จะนัดประชุมกันสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
อยู่ในเขต กทม 







upload image free

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่เบอร์
0631018222
96
เกษตรกรจำนวน 151,878 คน โปรดแจ้งเลขบัญชีเพื่อรับเงินช่วยเหลือด่วน ธ.ก.ส. โอนเงินเยียวยาเกษตรกร รอบสุดท้าย 15 ก.ค. 63 (พรุ่งนี้)

-----------------------------

นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรเเละสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เผย ยังมีเกษตรกรอีกจำนวน 151,878 คน ที่ ธ.ก.ส. ไม่สามารถโอนเงินให้ได้ เนื่องจากเกษตรกรยังไม่ได้แจ้งเลขที่บัญชีรับเงินโอน

ขอให้เกษตรกรมาแจ้งบัญชีธนาคารเร็วที่สุด เพื่อจะได้รับเงินโอนหลังจากวันที่ 15 ก.ค. ซึ่งเป็นการจ่ายเงินงวดสุดท้าย โดยเกษตรกรจะได้รับเงินรวดเดียว 15,000 บาท ซึ่งเป็นการจ่ายย้อนหลัง 2 เดือนที่ผ่านมา

เกษตรกรที่ต้องการรู้เรื่องเงินเยียวยาสามารถตรวจสอบสิทธิ์ หรือสถานะเงินเยียวยาเกษตรกรได้ ผ่านทาง www.moac.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง หรือตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile หรือผ่านบริการ SMS Alert หรือสามารถเช็กจากแอปพลิเคชันเกษตรดิจิทัล หรือ Digtial Farmer

ส่วนความคืบหน้าการโอนเงินมาตรการเยียวยาเกษตรกร คนละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค. - ก.ค.2563 ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มียอดจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรรวม 7,730,261 คน และอยู่ระหว่างอุทธรณ์ 609 คน

97
ที่ จ.ชุมพร คณะผู้สื่อข่าวจาก สำนักข่าวต่างประเทศ เดินทางไปยัง หมู่ที่ 18 ต.นาพญา อ.หลังสวน เพื่อดูความเป็นอยู่ของลิงกังขึ้นมะพร้าว ในพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวจำนวนมาก โดยมีนายเสน่ห์ คงสุวรรณ ประธานชมรมผู้เลี้ยงลิงกัง ขึ้นมะพร้าว จ.ชุมพร และนายจินตการ พรหมสุวรรณ รองนายก สมาคมชาวสวนมะพร้าว จ.ชุมพร ปลัดอำเภอหลังสวน ผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มผู้เลี้ยงลิงกังในหลายอำเภอได้นำลิงกังขึ้นมะพร้าว มาร่วมให้การต้อนรับ

นายเสน่ห์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศฟังถึงความเป็นมาของการเลี้ยงลิงกังขึ้นมะพร้าว รวมถึงความเป็นอยู่ของลิงกัง ส่วนการเลี้ยงดูลิงกังนั้นจะเพาะพันธุ์ลูกลิงกังจากพ่อแม่ที่ผ่านการคัดเลือกว่า มีความฉลาดและไม่ดุร้ายหลังจากนั้นก็จะนำมาฝึก เพื่อที่จะให้รู้จักการขึ้นมะพร้าว จนเป็นที่ชำนาญจึงจะนำไปขึ้นมะพร้าวจริง



วันหนึ่งจะขึ้นมะพร้าวตั้งแต่เวลา 8:00 -15:00 น เท่านั้นและลิงกัง 1 ตัวจะขึ้นมะพร้าว ได้เพียงประมาณ 300 ลูก เมื่อกลับมาถึงบ้านก็จะจัดอาหาร เครื่องดื่ม ให้ลิงกังขึ้นมะพร้าวได้กินอย่างเต็มที่รวมถึงการจัดที่หลับนอนในช่วงตอนกลางคืน

ในอดีตส่วนใหญ่ลิงกังขึ้นมะพร้าวจะนอนอยู่ภายในบ้านเจ้าของด้วยกัน แต่ต่อมาได้มีการสร้างบ้านไว้สำหรับลิงกังขึ้นมะพร้าวให้อยู่แยกออกมาต่างหากโดยเป็นการสร้างบ้านอย่างดี การเลี้ยงดู เสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวไม่เคยมีการทุบตีหรือบังคับลิงกังขึ้นมะพร้าวให้ทำงานด้วยความรุนแรง ในเวลาที่เจ็บไข้ได้ป่วยก็จะได้รับการรักษาอย่างดี

ผู้ที่จะเลี้ยงลิงกังขึ้นมะพร้าวใน จ.ชุมพรจะมีกฎหมาย ควบคุมและมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของทางราชการอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะ มีการทรมานลิงกังขึ้นมะพร้าว

ที่มา facebook.com/workpointTODAY/

การปลูกมะพร้าวน้ำหอมต้นเตี้ย
98
สาระความรู้ทั่วไป / เกษตร อาหาร ฝ่ามรสุมโควิด-19
« กระทู้ล่าสุด โดย เด็กหลังสวน เมื่อ กรกฎาคม 13, 2020, 11:45:19 AM »
นายเอนกพงศ์ พุทธาภิบาล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรอาหารในครึ่งปีแรกเติบโตได้ดีหากเทียบกับครึ่งปีหลังของปี 62 ที่ผ่านมา โดยไตรมาส 1/63 ราคาปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่ผ่านเทศกาลกินเจไปแล้วราคาหมู ไก่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และกำลังซื้อเริ่มกลับมาฟื้นตัวทำให้ผลการดำเนินงานของ CPF, TFG, GFPT สดใส และได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานของ STA ที่ดีขึ้นจากธุรกิจถุงมือยาง และยางพารา

สำหรับแนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส 2 มีแนวโน้มอ่อนตัวลง เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด 19 ในช่วงปลายเดือนมี.ค. ทำให้รัฐบาลล็อกดาวน์ประเทศขอให้ประชาชนอยู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน เนื่องจากการบริโภคลดลง โดยเฉพาะช่องทางร้านอาหารและโรงแรม

ขณะที่ตลาดส่งออกได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ทั้งการส่งออกไก่ไปญี่ปุ่น และยุโรป โดยญี่ปุ่นเลื่อนโอลิมปิกปลายปีนี้เป็นปีหน้า ขณะที่ยุโรปได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด 19 กดดันการส่งออก ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดใหม่ปรับตัวดีขึ้น เช่นจีน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์

ส่วน TU แม้ว่าการล็อกดาวน์ทำให้ยอดขายทูน่ากระป๋อง ซาดีนกระป๋องปรับตัวดีขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ยอดขายกุ้งและแซลมอลผ่านช่องทางร้านอาหารและโรงแรมลดลง นอกจากนี้การล็อกดาวน์ในสหรัฐกระทบต่อธุรกิจอาหาร เรด ล็อบสเตอร์ ซีฟู้ด เนื่องจากถือหุ้นอยู่ 25% ซึ่งทำให้ทียูได้รับผลกระทบ

ด้านกำไรสุทธิ STA ไตรมาส 2/63 ปรับตัวดีขึ้น สาเหตุหลักมาจากความต้องการถุงมือยางเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลกช่วงการระบาดโควิด ทำให้ออร์เดอร์ถุงมือยางเต็มไปถึงสิ้นปี 63 แต่ธุรกิจยางพาราได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวในอุตสาหกรรมยานยนต์

นายเอนกพงศ์ กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/63 คาดว่าฟื้นตัวมากกว่าไตรมาส 2/63 เนื่องจากราคาหมูไก่เริ่มฟื้นตัว โดยราคาหมูอยู่ที่ 70 บาทต่อกก. เพิ่มขึ้น 25% และราคาไก่ 35 บาทต่อกก. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25% สาเหตุหลักมาจากการทยอยเปิดเมืองมากขึ้น ทำให้การบริโภคกลับมาดีขึ้น

นอกจากนี้ผู้ประกอบการเลี้ยงไก่ในประเทศได้ปรับลดกำลังการผลิตลง 10% ทำให้การเลี้ยงไก่ปัจจุบันอยู่ที่ 31 ล้านตัวต่อสัปดาห์ เพื่อสอดคล้องกับการบริโภคในประเทศ ขณะที่การส่งออกไก่ หมูตามบริเวณชายแดนไทยกัมพูชากลับมาคึกคักอีกครั้ง สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนหมูในเวียดนามและกัมพูชา เพราะว่ามีเรื่องโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในหมู ในเวียดนามหมูหายไป 50% ส่งผลให้ราคาหมูเวียดนามอยู่ที่ 8 หมื่นดองต่อกก. ขณะที่ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทรงตัวต่ำต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลืองหนุนทำให้การทำกำไรธุรกิจเลี้ยงสัตว์ปรับตัวดีขึ้น

สำหรับทิศทางกำไรสุทธิของTU ไตรมาส 3/63 จะฟื้นตัวจากไตรมาส 2/63 เพราะในต่างประเทศและในประเทศทยอยเปิดเมืองมากขึ้นทำให้มียอดขายกุ้งและแซลมอนเพิ่ม โดยส่งผลบวกต่อ TU ที่มีการส่งออกอาหารทะเลเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ธุรกิจเรดล็อบเสตอร์จะทยอยเปิดมากขึ้นทำให้ TU รับรู้การขาดทุนลดลง

ขณะที่ STA กำไรสุทธิในไตรมาส 3 จะดีต่อเนื่อง จากการทยอยปรับราคาขายมากขึ้น เพราะดีมานเพิ่มขึ้นมากในช่วงโควิดทั้งในไทยและต่างประเทศ ธุรกิจยางพาราจะกลับมาดึขึ้นจากการเปิดเมืองทำให้โรงงานยางล้อรถยนต์ในต่างประเทศกลับมาผลิตได้มากขึ้นอีกครั้ง

ส่วนค่าเงินบาทล่าสุดอยู่ที่ 30.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าหากเทียบกับไตรมาส 2/63 อ่อนค่าไปอยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุที่ค่าเงินบาทแข็งค่าในปัจจุบันเป็นเพราะว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเป็นผลมาจากเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มอ่อนตัวลง เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง เพราะมีการล็อกดาวน์หลายเมืองในสหรัฐ สงครามทางการค้าสหรัฐ-ยุโรป และสหรัฐ-จีน การปะท้วงในประเทศ

อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีเฉลี่ยอยู่ที่ 31.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐสอดคล้องกับตัวเลขที่ฝ่ายวิจัยคาดว่าอยู่ที่ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยทุก ๆ 1 บาทที่แข็งค่า จะกระทบต่อกำไรสุทธิธุรกิจอาหารลดลง 4.6% จากปัจจุบัน

ด้านกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัยเลือก CPF เป็น Top pick Fair Value 40 บาท เนื่องจากกำไรสุทธิปี 63 เติบโต 16.8% จากธุรกิจหมูในไทยและเวียดนาม และการส่งออกไก่เติบโตได้ดี Valuation น่าสนใจ PE 12 เท่าถูกมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม ซีพีเอฟยังมีการซื้อหุ้นคืนอย่างต่อเนื่องเป็นการจำกัดดาวน์ไซด์ได้อีกทางหนึ่ง

สนับสนุน ข่าวเกษตร โดย เดลินิวส์
99
ตามหลักการของ การปลูกผักสวนครัว แบบเศรษฐกิจพอเพียง นั้น

พูดง่ายๆ คือ เราควรดูพฤติกรรมตนเองว่า อยู่อย่างไร กินอย่างไร ใช้อย่างไร หากชอบกินกะเพราะแต่ปลูกคะน้า ก็ไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไหร่ หรืออยากกินแตงกว่าแต่ปลูกถั่วฝักยาว ตามนี้ก็ไม่ไหว สรุปแล้ว ควรปลูกในสิ่งที่กิน และกินในสิ่งที่ปลูก ดีที่สุด ตัวอย่างข้างล่างนี้ ถือเป็น ผักสวนครัวรั้วกินได้ ที่จำเป็นต้องมีทุกบ้าน เพราะเชื่อแน่ว่า 90% ต้องกินต้องใช้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การปลูกผักสวนครัว แบบเศรษฐกิจพอเพียง ในยุคปัจจุบัน

แต่การอยู่รอดในยุคเศรษฐกิจในปัจจุบัน แถมด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อโรคใหม่ๆ โดยเฉพาะ COVID-19 นี้ดูท่าว่าอาจกินเวลานานหลายปี หากบ้านเมืองเกิดกลียุค ต้องปิดบ้านปิดเมืองจะทำอะไรกิน แม่ค้าไม่มีของขาย ไปทางไหนก็เจอแต่ความว่างเปล่า กลายเป็นเมืองร้าง เพราะต่างคนต่างกลัวการติดโรคระบาด



ถ้าไม่พึ่งพาของที่อยู่ในสวนตัวเอง ปลูกผักสวนครัวกินเอง ทำเกษตรอินทรีย์แบบพอเพียง ช่วยเหลือตัวเองและครอบครัว ถามว่าถ้าไม่ทำ จะอยู่รอดกันอย่างไรดี

มันไม่ง่าย ใครๆ ก็รู้ แต่สำหรับคนที่อยู่กับพืชผัก ก็คิดว่ามันไม่ยากหากจะเริ่ม อย่างน้อยที่สุด ก็คือทางรอดสุดท้ายจากการพึ่งพาตนเอง ตามแนวพระราชดำริฯ ของ ร.9 ตามแบบฉบับโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้
100
หากท่านใด ต้องการปลูก ผลไม้ที่ออกผลทั้งปี แล้วขี้เกียจดูแล ปลูกต้นเดียวได้กินทั้งปี แนะนำเลย

แล้ว ผลไม้ที่ออกผลทั้งปี มีอะไรบ้าง

อ้างอิงจาก รายชื่อผลไม้ที่ออกลูกทั้งปี



**ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

ผลไม้ที่มีกินทั้งปี ผลไม้ที่ปลูกครั้งเดียว มีกินไปยันตาย ไม้ผลบางชนิดอายุยืนมาก บางชนิดแตกหน่อออกผลผลิตเรื่อยๆ โดยไม่สนใจฤดูกาล ให้ผลตลอดทั้งปี ได้แก่

กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม มะพร้าว มะละกอ ส้มโอ องุ่น ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน
หน้า: 1 ... 5 6 7 8 9 [10]