มูลสัตว์ที่จะใช้ทำปุ๋ย ควรหมักก่อน

  • 0 replies
  • 950 views

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ก่อนหน้านี้เราได้แนะนำปุ๋ยวิทยาศาสตร์ กันไปแล้ว ทั้งปุ๋ยแบบเม็ดละลายน้ำธรรมดา และ ปุ๋ยละลายช้าแสนสะดวก ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ให้ธาตุอาหารที่พืชต้องการและพืชนำไปใช้ง่ายก็จริงอยู่ แต่ไม่ได้เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และไม่ได้ปรับปรุงโครงสร้างของดินมากพอ วันนี้จึงมาแนะนำ มูลสัตว์ หรือ ปุ๋ยคอก เพื่อทำให้ดินที่ใช้ปลูกต้นไม้สมบรูณ์และมีโครงสร้างดินที่ดี มากขึ้น มีรายละเอียดดังนี้ครับ

ไม่ว่าจะเป็น ขี้ไก่ ขี้วัว ขี้หมู ขี้ค้างคาว เราอาจเรียกง่ายๆ เมื่อนำมาใส่ต้นไม้ ว่า ปุ๋ยคอก มูลสัตว์แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันไปเมื่อนำมาทำปุ๋ย เช่น มูลสุกร มูลไก่ และมูลค้างคาว มีธาตุอาหารหลักอยู่สูง ต่างจาก มูลโคและมูลกระบือ ที่มีธาตุอาหารต่ำ กว่ามูลสัตว์ชนิดอื่นเพราะเป็นสัตว์กินหญ้า ข้อดีของมูลสัตว์ คือ จะให้ธาตุอาหารรองคือ แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน และธาตุอาหารเสริม เช่น เหล็ก แมงกานีส สังกะสี ทองแดง โบรอน โมลิบดีนัม และคลอรีน ซึ่งมีความหลากหลายและยังรับสภาพโครงสร้างของดินในเวลาเดียวกัน



การให้ปุ๋ยคอก ที่ยังสดอยู่กับต้นไม้ คือ วัวขี้ออกมาก็ตักไปใส่ต้นไม้เลย สามารถทำได้ครับ แต่เราจะได้กลิ่น แมลง หนอน มด ตามมาด้วย และกว่า ปุ๋ยคอกจะย่อยสลายต้องใช้เวลานาน กว่าที่พืชจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ระหว่างการย่อยสลายของมูลสัตว์นี้เอง จุลินทรีย์ในดินจะดึงไนโตรเจนจากพืชมาช่วยในการย่อยสลายปุ๋ยคอก จึงทำให้พืชขาดไนโตรเจนในช่วงนั้นจนเป็นสาเหตุให้ใบเหลือง จุลินทรีย์ในมูลสัตว์จะเริ่มไปกัดกินรากพืช ด้วย

ฉะนั้นแล้ว ก่อนใช้มูลสัตว์ เราจึงควรหมักมูลสัตว์หรือนำไปตากให้แห้งก่อน อาจนำไปทำปุ๋ยหมักร่วมกับแกลบ ขี้เลื่อย ฟางข้าว ให้เกิดกระบวนการย่อยสลาย เพื่อที่พืชจะสามารถนำธาตุอาหารที่อยู่ในปุ๋ยคอกหมักไปใช้ได้เลย สำหรับ การใช่ปุ๋ยคอกกับสนามหญ้าในบ้านไม่แนะนำ เนื่องจาก มูลสัตว์ มีปัญหาเมล็ดวัชพืชปะปนมา จะทำให้สนามหญ้ามีวัชพืชขึ้นเต็มไปหมด สรุปแบบง่ายก็คือ มูลสัตว์ควรนำไปหมักเป็นปุ๋ยหมักเสียก่อนจึงจะดี ส่วนมูลสัตว์แห้งเหมาะสำหรับใส่รอบโคนไม้ผล หรือรองก้นหลุมก่อนปลูกต้นไม้ใหญ่ จะเหมาะกว่าครับ

msn.com