เกษตร อาหาร ฝ่ามรสุมโควิด-19

  • 0 replies
  • 169 views
เกษตร อาหาร ฝ่ามรสุมโควิด-19
« เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2020, 11:45:19 AM »
นายเอนกพงศ์ พุทธาภิบาล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานของกลุ่มเกษตรอาหารในครึ่งปีแรกเติบโตได้ดีหากเทียบกับครึ่งปีหลังของปี 62 ที่ผ่านมา โดยไตรมาส 1/63 ราคาปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่ผ่านเทศกาลกินเจไปแล้วราคาหมู ไก่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และกำลังซื้อเริ่มกลับมาฟื้นตัวทำให้ผลการดำเนินงานของ CPF, TFG, GFPT สดใส และได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานของ STA ที่ดีขึ้นจากธุรกิจถุงมือยาง และยางพารา

สำหรับแนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส 2 มีแนวโน้มอ่อนตัวลง เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด 19 ในช่วงปลายเดือนมี.ค. ทำให้รัฐบาลล็อกดาวน์ประเทศขอให้ประชาชนอยู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน เนื่องจากการบริโภคลดลง โดยเฉพาะช่องทางร้านอาหารและโรงแรม

ขณะที่ตลาดส่งออกได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ทั้งการส่งออกไก่ไปญี่ปุ่น และยุโรป โดยญี่ปุ่นเลื่อนโอลิมปิกปลายปีนี้เป็นปีหน้า ขณะที่ยุโรปได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด 19 กดดันการส่งออก ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดใหม่ปรับตัวดีขึ้น เช่นจีน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์

ส่วน TU แม้ว่าการล็อกดาวน์ทำให้ยอดขายทูน่ากระป๋อง ซาดีนกระป๋องปรับตัวดีขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ยอดขายกุ้งและแซลมอลผ่านช่องทางร้านอาหารและโรงแรมลดลง นอกจากนี้การล็อกดาวน์ในสหรัฐกระทบต่อธุรกิจอาหาร เรด ล็อบสเตอร์ ซีฟู้ด เนื่องจากถือหุ้นอยู่ 25% ซึ่งทำให้ทียูได้รับผลกระทบ

ด้านกำไรสุทธิ STA ไตรมาส 2/63 ปรับตัวดีขึ้น สาเหตุหลักมาจากความต้องการถุงมือยางเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลกช่วงการระบาดโควิด ทำให้ออร์เดอร์ถุงมือยางเต็มไปถึงสิ้นปี 63 แต่ธุรกิจยางพาราได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวในอุตสาหกรรมยานยนต์

นายเอนกพงศ์ กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/63 คาดว่าฟื้นตัวมากกว่าไตรมาส 2/63 เนื่องจากราคาหมูไก่เริ่มฟื้นตัว โดยราคาหมูอยู่ที่ 70 บาทต่อกก. เพิ่มขึ้น 25% และราคาไก่ 35 บาทต่อกก. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25% สาเหตุหลักมาจากการทยอยเปิดเมืองมากขึ้น ทำให้การบริโภคกลับมาดีขึ้น

นอกจากนี้ผู้ประกอบการเลี้ยงไก่ในประเทศได้ปรับลดกำลังการผลิตลง 10% ทำให้การเลี้ยงไก่ปัจจุบันอยู่ที่ 31 ล้านตัวต่อสัปดาห์ เพื่อสอดคล้องกับการบริโภคในประเทศ ขณะที่การส่งออกไก่ หมูตามบริเวณชายแดนไทยกัมพูชากลับมาคึกคักอีกครั้ง สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนหมูในเวียดนามและกัมพูชา เพราะว่ามีเรื่องโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในหมู ในเวียดนามหมูหายไป 50% ส่งผลให้ราคาหมูเวียดนามอยู่ที่ 8 หมื่นดองต่อกก. ขณะที่ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทรงตัวต่ำต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลืองหนุนทำให้การทำกำไรธุรกิจเลี้ยงสัตว์ปรับตัวดีขึ้น

สำหรับทิศทางกำไรสุทธิของTU ไตรมาส 3/63 จะฟื้นตัวจากไตรมาส 2/63 เพราะในต่างประเทศและในประเทศทยอยเปิดเมืองมากขึ้นทำให้มียอดขายกุ้งและแซลมอนเพิ่ม โดยส่งผลบวกต่อ TU ที่มีการส่งออกอาหารทะเลเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ธุรกิจเรดล็อบเสตอร์จะทยอยเปิดมากขึ้นทำให้ TU รับรู้การขาดทุนลดลง

ขณะที่ STA กำไรสุทธิในไตรมาส 3 จะดีต่อเนื่อง จากการทยอยปรับราคาขายมากขึ้น เพราะดีมานเพิ่มขึ้นมากในช่วงโควิดทั้งในไทยและต่างประเทศ ธุรกิจยางพาราจะกลับมาดึขึ้นจากการเปิดเมืองทำให้โรงงานยางล้อรถยนต์ในต่างประเทศกลับมาผลิตได้มากขึ้นอีกครั้ง

ส่วนค่าเงินบาทล่าสุดอยู่ที่ 30.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าหากเทียบกับไตรมาส 2/63 อ่อนค่าไปอยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุที่ค่าเงินบาทแข็งค่าในปัจจุบันเป็นเพราะว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเป็นผลมาจากเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มอ่อนตัวลง เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง เพราะมีการล็อกดาวน์หลายเมืองในสหรัฐ สงครามทางการค้าสหรัฐ-ยุโรป และสหรัฐ-จีน การปะท้วงในประเทศ

อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีเฉลี่ยอยู่ที่ 31.6 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐสอดคล้องกับตัวเลขที่ฝ่ายวิจัยคาดว่าอยู่ที่ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยทุก ๆ 1 บาทที่แข็งค่า จะกระทบต่อกำไรสุทธิธุรกิจอาหารลดลง 4.6% จากปัจจุบัน

ด้านกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัยเลือก CPF เป็น Top pick Fair Value 40 บาท เนื่องจากกำไรสุทธิปี 63 เติบโต 16.8% จากธุรกิจหมูในไทยและเวียดนาม และการส่งออกไก่เติบโตได้ดี Valuation น่าสนใจ PE 12 เท่าถูกมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่ม ซีพีเอฟยังมีการซื้อหุ้นคืนอย่างต่อเนื่องเป็นการจำกัดดาวน์ไซด์ได้อีกทางหนึ่ง

สนับสนุน ข่าวเกษตร โดย เดลินิวส์