มติ ครม. เยียวยาชาวสวนลำไยปี 63 ไร่ละ 2 พัน

  • 0 replies
  • 183 views
"เฉลิมชัย" ย้ำ ครม. อนุมัติช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2563 อัตราไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 25 ไร่/ครัวเรือน พร้อมฟื้นฟูการผลิตลำไยที่ได้รับผลกระทบด้านการผลิตและตลาด จากสถานการณ์ โควิด-19 โดยต้องขึ้นทะเบียนภายใน 15 ก.ย.นี้

"ลำไยเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากมีศักยภาพการผลิตค่อนข้างสูง โดยในปี 2562 มีผลผลิตจำนวน 1,011,276 ตัน มูลค่าการส่งออกลำไยสด 583,297 ตัน คิดเป็น 20,812 ล้านบาท และลำไยอบแห้ง 164,575 ตัน คิดเป็น 8,780 ล้านบาท ตลาดหลักที่สำคัญ ได้แก่ จีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งจากผลกระทบด้านสภาพอากาศที่ร้อนแล้งส่งผลให้ลำไยมีการออกดอกและติดผลมากแต่ผลลำไยไม่ได้คุณภาพ รวมทั้งเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ชาวสวนลำไยได้รับความเดือดร้อน" นายเฉลิมชัยกล่าว

รมว.เกษตรฯ กล่าวด้วยว่า มติคณะรัฐมนตรี 25 ส.ค.63 ได้เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ที่ได้รับแจ้งจากสภาอาชีพเกษตรกร และมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะเลขานุการ Fruit Board เสนอโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2563 เพื่อช่วยเหลือชาวสวนให้สามารถฟื้นฟูการผลิตลำไยที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านการผลิตและการตลาด

รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้มีแนวทางปฏิบัติต่อสวนลำไยเพื่อประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน เป้าหมายของโครงการจะต้องเป็นเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2563 ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรทุกครัวเรือน ประมาณ 200,000 ครัวเรือน พื้นที่ไม่เกิน 1,200,000 ไร่ และเป็นพื้นที่ลำไยที่ให้ผลผลิตแล้ว (อายุต้นลำไยตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป) อัตราไร่ละ 2,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ พร้อมเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลำไยอย่างทั่วถึง โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการทุจริตและให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยมากที่สุด



ด้าน นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับเงื่อนไขการรับแจ้งยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมโครงการเยียวยาชาวสวนลำไย ปี 2563 เกษตรกรที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการฯ จะต้องมีสัญชาติไทย และบรรลุนิติภาวะแล้ว เป็นหัวหน้าครัวเรือนที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกลำไยกับกรมส่งเสริมการเกษตรภายในวันที่ 15 ก.ย.63 และในกรณีที่เป็นเกษตรกรซึ่งเคยขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ขอให้มาปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันภายในวันที่ 15 ก.ย.63 สำหรับเกษตรกรรายใหม่ที่ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนเกษตรกรมาก่อน

หากเกษตรกรประสงค์จะเข้าร่วมโครงการฯ ต้องมาขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้แล้วเสร็จ เช่นเดียวกัน โดยต้องเตรียมเอกสารและหลักฐานการขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้พร้อม ก่อนวันที่ 29 พ.ย.61 ส่วนการจ่ายเงินให้เกษตรกรจะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงที่เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งจะดำเนินการตามกรอบระยะเวลาโครงการให้แล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค.63.

thairath.co.th/news/politic/1917940